ตั้งชื่อแบรนด์ยังไงให้ “ง่าย” แต่โลกจำฉบับ VISA

Written by:

ถ้าคุณอยากสร้างแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าชัดเจนมากๆ คุณจะตั้งชื่อแบรนด์จากอะไรดีครับ?



วันนี้ผมจะเล่าเรื่องแบรนด์ที่ตั้งชื่อได้ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาให้ฟัง


ย้อนไปปี 1904 คุณอามาเดโอ จิอันนินี เริ่มมองเห็นว่าชาวซิซิลีที่อพยพมาอเมริกา เป็นพวก ทำงาน ทำงาน ทำงาน เป้าหมายเดียวคือการสร้างเนื้อสร้างตัวที่ประเทศแห่งเสรีภาพ


แต่ปีนั้นต่อให้เป็นอเมริกา เสรีภาพก็ไม่ได้มีสำหรับทุกคน คุณอามาเดโอเข้าใจดี โดยเฉพาะเรื่องของความต้องการที่จะ “เก็บเงิน” ไว้ในที่ที่ปลอดภัยอย่างเช่น “ธนาคาร”


ยุคนั้นธนาคารไม่ได้มีไว้สำหรับผู้อพยพ เพราะธนาคารยุคนั้นมันมีไว้สำหรับคนขาวชาวอเมริกันชนชั้นรวยเท่านั้น


เมื่อเห็นปัญหาและโอกาสไปพร้อมๆ กันขนาดนี้ คุณอามาเดโอก็ปิ๊งไอเดียว่านี่แหละช่องทางทำกินที่แท้จริง!


ด้วยความเข้าใจความต้องการและปัญหาของกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน เค้าเลยเริ่มคิดว่าถ้าจะตั้งธนาคาร ก็ต้องตั้งชื่อให้ชัดเจนไปเลยว่าจะคุยกับใคร


ครับ… ชาวซิซิลีมาจากอิตาลี ธนาคารนั้นก็เลยชื่อว่า


“ธนาคารแห่งอิตาลี”


ตรงๆ ซื่อๆ แบบนี้นี่แหละครับ และแน่นอนเมื่อมันทั้งชัดเจนและดูน่าเชื่อถือต่อกลุ่มเป้าหมายที่อยากคุยด้วยเสียเหลือเกิน


เงินแทบทั้งหมดของผู้อพยพที่ ทำงาน ทำงาน ทำงาน ก็ไหลเข้าสู่ธนาคารแห่งอิตาลีนี้จนมีสาขาครอบคลุมพื้นที่ทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย


ปี 1930 ธนาคารของทุกคน!


ขยายจนอิ่มตัวคุณอมาเดโอเริ่มคิดการใหญ่ อยากขยายธนาคารไปทั่วอเมริกา และประกาศให้ทุกคนในอเมริการู้ว่านี่คือธนาคารของพวกเค้า!


“ธนาคารแห่งอเมริกา”


ครับ… เค้าก็รีแบรนด์เปลี่ยนชื่อง่ายๆ เป็น Bank of America แค่นั้นเลย และแน่นอนว่าประสบความสำเร็จจนกลายเป็นธนาคารที่ใหญ่อันดับสองของอเมริกาอย่างรวดเร็ว


ปี 1958 บัตรเครดิตใบแรกเกิดขึ้นบนโลก และกลุ่มเป้าหมายแรกของบัตรเครดิตคือคนอเมริกา ลองทายกันครับว่าชื่อว่าอะไร


“แบงก์อเมริการ์ด” คือชื่อบัตรเครดิตใบนั้นจาก ธนาคารแห่งอเมริกา


บัตรเครดิตยุคแรกถึงจะล้มลุกคลุกคลานแก้ปัญหากันไปมา แต่มันก็สำเร็จในที่สุด และเมื่อกลุ่มเป้าหมายของมันใหญ่กว่าอเมริกาเป็นทั่วโลก


จากแบงก์อเมริการ์ด ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “วีซ่า”


ปัจจุบันมูลค่าบริษัท วีซ่า อยู่ที่ประมาณ 8 ล้านล้านบาท มีคนใช้บัตรวีซ่า กว่า  3,000 กว่าล้านใบ


เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากธนาคารที่อยากให้กลุ่มผู้อพยพมาเป็นลูกค้าเท่านั้นเอง

Leave a comment